Smith & Wesson 27 ต้นตำหรับลูกโม่ .357 ที่แท้จริง!!

สมิธฯ ลูกโม่ 357 ขณะนั้นเป็นเจ้าตลาดปืนลูกโม่  มีปืนโมเดล 20 ขนาด .38 สเปเชียล ใช้โครงใหญ่รับกระสุน .44 และ .45  ได้ (โมเดล 21 ถึง 26) ทำให้นักนิยมปืนอเมริกันที่อัดกระสุนปืนเองได้ มั่นใจในความแข็งแรง  ค่อยๆ ทดลองเพิ่มดินปืนลงในปลอก .38 สเปเชียล จนได้ความเร็วเหนือกว่า .38 ซูเปอร์  (หัวกระสุน 130 เกรน ทำได้ 1,400 ฟุต/วินาที) ทางบริษัทสมิธฯ จึงรับช่วงออกแบบปืนและกระสุนใหม่ 

โดยยืดความยาวปลอกของ .38 สเปเชียล ออกไป .125 นิ้ว เพื่อความปลอดภัย คือป้องกันไม่ให้ลูกค้าซื้อกระสุนขนาดใหม่ไปใส่ปืนเก่า  เพราะแรงดันในรังเพลิงสูงเกินกว่าที่ปืนโครงเล็กรุ่นเก่าจะรับได้  ปลอกที่ยาวออกไปทำให้เมื่อใส่ในรังเพลิงสั้นจะปิดโม่ไม่ได้   เรียกกระสุนตัวใหม่นั้นว่า .357 แม็กนั่ม โดยตัวเลขนี้คือหน้าตัดที่แท้จริงของ .38 สเปเชียล  และเป็นครั้งแรกที่ใช้คำ “Magnum” เป็นชื่อกระสุนปืนสั้น  แต่เดิมมีเพียงกระสุนปืนยาวของบริษัทฮอลล์แลนด์ แอนด์ ฮอลล์แลนด์ (H&H) ที่ใช้คำนี้กับกระสุนคอขวด

ลูกโม่ 357

ในด้านของตัวปืน สมิธฯ เรียกชื่อว่า “รีจิสเตอร์ แม็กนัม” (Registered Magnum) ใช้โครงใหญ่ (N-Frame) โม่จุหกนัด เป็นปืนสั่งทำพิเศษรายกระบอก  เริ่มผลิตในปี 1935 ต่อเื่นื่องสี่ปี  ยอดขายสูงเกินกว่าจะรับใบสั่งครั้งละกระบอก จึงปรับเข้าสายการผลิตมาตรฐาน  เปลี่ยนชื่อเป็น 357 Magnum ตามขนาดกระสุน  และต่อมาใช้รหัส โมเดล 27 ลูกโม่ 357

ด้วยความเชื่อมั่นในอานุภาพของกระสุนกรณียิงใส่ตัวถัีงรถ ทำให้ปืนโมเดล 27 ได้รับความนิยมอย่างสูงในหมู่ตำรวจทางหลวงของสหรัฐฯ  สมิธฯ จึงออก รุ่น Highway Patrolman (โมเดล 28) เพื่อจับตลาดนี้โดยเฉพาะ  ตัวปืนเน้นความบึกบึน  ผิวดำด้าน ไม่ขัดเงาจัดเหมือนโมเดล 27 ซึ่งก็ช่วยให้ขายในราคาต่ำลงได้บ้าง

ลูกโม่ 357

ปืนนายแบบสัปดาห์นี้  เป็นโมเดล 27 ยุคใหม่จุแปดนัด โดยมิติภายนอกของโครงปืนและตัวโม่เท่ารุ่นหกนัดเดิม  เป็นปืนแต่งพิเศษที่ศูนย์เพิ่มสมรรถนะ (PC : Performance Center) ของสมิธฯ  จุดที่แตกต่างคือ  ด้ามไม้คัดพิเศษ  ศูนย์หน้าฝังตุ่มทอง  ไกเพิ่มสลักหยุดไก  และขัดผิวกลไกภายในให้เรียบลื่น ลดน้ำหนักไกทั้งดับเบิลและซิงเกิล  รหัสรุ่นสลักไว้ใต้บานพับเป็น 27-8 ใช้นกสับแบบใหม่  ตัวเข็มแทงชนวนฝังอยู่ที่โครงปืน

สมิธฯ โมเดล 27 กระบอกนี้  เหมาะสำหรับเป็นปืนเฝ้าบ้าน หรือเจ้าหน้าที่พกซองนอก  โครงปืนใหญ่ แข็งแรงทนทาน  ความแม่นยำสูง  ยิงซ้อมมือด้วยกระสุน .38 ที่มีขายในทุกสนาม  ใช้งานจริงต้องการสมรรถนะเต็มที่มี .357 แม็กนั่มให้เลือกหลายแบบ   การทำงานระบบลูกโม่ไกดับเบิล เข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน 

ไม่ต้องกังวลเรื่องกระสุนขัดลำ  ความจุแปดนัดจัดว่ามากพอสำหรับงานป้องกันชีวิตและทรัพย์สิน  มีคำเตือนสำหรับปืนลูกโม่ทั้งหลาย คือไม่ควรบรรจุกระสุนค้างไว้ในโม่ตลอดเวลา  เพราะนอกจากเพิ่มความเสี่ยงอุบัติเหตุในบ้านแล้ว  ยังอาจทำให้กระสุนด้านได้้ถ้ามีน้ำมันแตะจานท้าย ซึมเข้าทางจอกชนวน

ติดตามผลงานดีๆ ได้ที่ SLOTXO สล็อตออนไลน์ Head shot small Gun

ปืนไทย ฝีมือช่างไทยส่วนใหญ่แล้ว ลูกโม่ 357 คุณภาพห่วย อย่างเค้าว่าจริงมั้ย ?

ปืนไทยประดิษฐ์ขอบอกเป็นความรู้นะครับเฉพาะปืนไทยที่มีทะเบียนนะครับ ปืนไทยมีหลายแบบครับแบบที่ขึ้นทะเบียนได้ที่ผมเห็น แบบหักลำครับ มีตั้งแต่ขนาด .22 – g12 ครับถ้าจะใช้ป้องกันตัวโดยปืนไทยแบบหักลำนี้แหละดีที่สุดครับปืนไทยแบบหักคอมีมาจากหลายช่างหลายซุ้มครับ ปืนไทยจากช่างเก่งๆก็จะดีครับ ลำกล้องจะรีดลูกพอประมาณ กลไกแข็งแรง ยิงเสร็จเวลาหักลำปลอกกระเด็นออกไม่ติดครับขนาดที่นิยมในแบบหักลำ .22 , .38 , .45 ,G12 ครับขนาดอืนก็นิยมลดลงไปตามชนิดกระสุนครับ  

ลูกโม่ 357

แบบต่อมาคือปืนลูกโม่ไทยประดิษฐ์ ครับ มีหลากหลายแบบตามราคาและตามความเก่งของช่างสมัยก่อนครับ แบบที่ผมเห็นมี แบบเปิดโม่แบบถอดสลัก แบบเปิดโม่แบบสมิธ ครับปืนไทยในแบบลูกโม่ระบบการทำงานต้องยอมรับว่าไม่ดีเท่าที่ควรไม่เสถียร กลไกชำรุดง่ายว่าปืนไทยแบบอื่นครับ เนื่องจากเหล็กไทยเป็นเหล็กเพลาขาวธรรมดาหรือเหล็กโรงกลึงทำให้ดอกจานที่โม่สึกทำให้โม่ไม่หมุนหรือหมุนไม่ลงล็อก หรือข้ามโม่ ครับลูกโม่ไทยส่วนมากลำกล้องไม่มีเกลียวไม่รีดลูกแต่แบบมีเกลียวและรีดลูกก็มีนะครับแต่น้อยมากครับปืนไทยชนิดลูกโม่จะไม่สามารถเปิดเพลสเพื่อซ่อมกลไกได้ครับจะใช้เป็นสลักตอกออกเพื่อถอดกลไกครับ

ลูกโม่ไทยถ้ายิงไปนานๆหน้าโม่กับโคนลำกล้องจะห่างทำให้แก๊สรั่วบางครั้งรูโม่ไม่ตรงจะมีเศษตะกั่วกระเด็นออกมาครับแบบลูกโม่ที่ผมเจอมีขนาด .22lr , .22magnum, .32 , .38 และที่ตามหากันและต้องระบบดีๆคือลูกโม่ไทย .410  แบบต่อมาแบบออโต้ครับ แบบออโต้ก็เหมื่อนแบบอื่นๆคือมีหลายช่างที่ผลิต ทำให้งานต่างกันออกไปครับ มีทำในออโต้หลายขนาดครับ มีที่เคยเห็น .22แม็กนั่ม .22แอลอาร์  6.35 7.65 .380 9มม .38ซูปเปอร์ .45acp โดยขนาด .22แม็กนั่ม จะมีปัญหามากที่สุดคือไม่สลัดปลอกปร่าวออกแต่กระชากด้วยมือจะออกง่ายดาย

เนื่องจากปลอกกระสุนที่บางและแรงดันรังเพลิงสูงปืนออโต้ไทยควรเล่นตั้งแต่ 6.35 ขึ้นไปดีกว่าครับ หรืออย่างน้อยก็ต้อง .22แอลอาร์ ครับ ปืนไทยแบบออโต้มีทั้งแบบมีเกลียวและไม่มีเกลียวครับ ระบบ รูปร่าง หน้าตาแบบ11 นิยมที่สุดครับแต่แก้ไขซ่อมแซมยากที่สุดครับเนื่องจากชิ้นส่วนเยอะ ระบบที่แค่รูปทรงเหมื่อน 1911 แต่ไม่มีหลังอ่อน ระบบจะดูแลง่ายกว่าครับและแข็งแรงกว่าครับมีทั้งแบบถอดสไลค์โดยการหมุนลำกล้อง และแบบถอดสไลค์โดยการถอดคันค้างสไลค์ครับ แบบแบบถอดคันค้างสไลค์เหมาะกับกระสุนแรงๆมากกว่าครับ

ปืนไทยเหมาะกับการสะสมที่รักในฝีมือช่างไทยมากกว่าป้องกันตัว หรือถ้าจะใช้ป้องกันตัวควรเลือกแบบหักลำครับถ้ากลัวเตะแรงก็เลือกความแรงตามขนาดกระสุนและรูปทรงและน้ำหนักตัวปืนครับ อันดับรองลงมาสำหรับปืนไทยป้องกันตัวคือออโต้ ตั้งแต่ 7.65 ขึ้นไปครับเลือกระบบดีๆสถาพดีๆนะครับ ผมเป็นคนนึงที่ชื่นชมฝีมือคนไทยครับ สนับสนุนแต่แบบมีทะเบียนนะครับ

ปืนลูกโม่ Taurus ถึงสามารถเทียบกับลูกโม่ค่ายใหญ่ๆ

ปืนลูกโม่ จัดเป็นอัตลักษณ์อย่างหนึ่งของคนอเมริกัน เริ่มจากโคลท์ จดสิทธิบัตรกลไกการหมุนและล็อกโม่ในปี 1836 ผูกขาดผลิตได้เจ้าเดียวอยู่ 20 ปี จนสิทธิบัตรหมดอายุคุ้มครอง จึงมี สมิธแอนด์เวสสัน บริษัทตั้งใหม่อายุเพียงสี่ห้าปีมาทำปืนลูกโม่ขายแข่ง สองยี่ห้อเก่าแก่นี้หากินกับปืนลูกโม่เป็นหลักอยู่หลายสิบปี จนเข้าศตวรรษที่ 20 โคลท์ ได้สัญญาซื้อปืน 1911 จากกองทัพ หันไปทุ่มเทกับปืนทหารทั้งสั้นยาว

จนเลิกทำ ปืนลูกโม่ ไปในที่สุด สมิธฯ ยังทำปืนลูกโม่เรื่อยมา มีคู่แข่งเกิดใหม่ร่วมชาติ คือ รูเกอร์ ที่เริ่มงานหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ออกแบบปืนลูกโม่ไกดับเบิลของตัวเอง คือ “Security Six” เริ่มขายในปี 1972 ขายกันอยู่สองยี่ห้อไม่มีคู่แข่งระดับใหญ่ใกล้เคียงจากยุโรป

 ปืนลูกโม่

นอกจากปืนอเมริกันดังกล่าวแล้ว มีลูกโม่ ทอรัส “ตรากระทิง” จากบราซิล ผู้ผลิตคือ Forjas Taurus ที่ถือได้ว่า เป็นโรงงานทำปืนลูกโม่ที่ใหญ่ที่สุดของโลกนอกประเทศสหรัฐอเมริกา ลูกโม่ของทอรัส ทำตามแบบ สมิธฯ เป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากช่วงปี 1970 บริษัทแม่ของสมิธฯ เข้าถือหุ้นทอรัสถึงร้อยละ 54

ทอรัสจึงได้รับเทคโนโลยีจากสมิธฯ ไปพัฒนาต่อแบบก้าวกระโดด แม้ว่าอีกหกปีต่อมา เจ้าของทอรัสจะซื้อหุ้นคืนทั้งหมด ก็ไม่มีปัญหาใด ๆ ด้านละเมิดสิทธิบัตร ทอรัสขยายงานจนเข้าไปเปิดบริษัทในสหรัฐ เมื่อปี 1984 ผงาดขึ้นเป็นหนึ่งในสามยี่ห้อหลักของปืนลูกโม่ในตลาดโลก

ข้อดีข้อเสียปืนลูกโม่ S&W 637 ก่อนตัดสินใจซื้อ

 ปืนลูกโม่

S&W M-637…หรือ ชื่อเข้าโรงเรียนเรียก

CHIEFS SPECIAL AIRWEIGHT ตัวนี้มีต้นกำเนิดราว

ปี ๑๙๕๒ ครับ…จัดสร้างขึ้นเป็นสองขนาด คือ ๒ นิ้ว

(อันที่จริงไม่ถึง ๒ นิ้วดีครับ เป็น ๑ ๗/๘ นิ้ว) กับ ๓ นิ้ว

…. แรก ๆ อาจจะปลุกเสกไม่ดีเท่าที่ควร…. มวลสารที่ใช้

ในช่วงแรกที่เอามากดพิมพ์ทำโม่ และโครง ใช้มวลสาร

อลูมิเนียมอัลลอย …. แต่ตอนหลังพบว่าโม่ที่ทำด้วย

อลูมิเนียมเกิดมีปัญหาชำรุดเสียหายขึ้น ยิงลูก +P ไม่ได้

…. ทางโรงงานจึงเปลี่ยนมาใช้เหล็กรมดำ…และสเตนเลส

…แต่ท่านที่ใช้ปืนโม่/โครง อลูมิเนียมอัลลอย…อย่าเพิ่ง

ตกใจไปครับ…กลุ่มนี้…ถ้าผลิตหลังปี ๑๙๙๘ สามารถยิง

ลูก +P ได้อย่างสบาย ๆ แล้ว…ครับ

 ปืนลูกโม่

กลับที่ CHIEFS SPECIAL AIRWEIGHT อีกครั้ง

ครับ….M-637 รุ่นใหม่ตามสเปกเป็น REVOLVER .38

SPECIAL + P บรรจุ ๕ นัด…วัสดุเป็น SATIN

STAINLESS FINISH ดูสวยงามไม่มันวาว …. ระบบความ

ปลอดภัยใช้เป็น “แฮมเมอร์บล็อค” ตามแบบฉบับของ

สมิท ฯ พูดได้ว่าปืนตกไม่มีลั่น …. ศูนย์เป็นแบบต่อสู้ …

ไม่มีแง่ให้เกะกะเสื้อผ้า/เครื่องแบบ … เหมาะสำหรับเป็น

ปืนพกพาในลักษณะปืนแบคอัพ …. สวย…น่าใช้…ฝึกฝน

…และเก็บรักษาให้ดี….ครับ

อ่านต่อได้ที่ >>>> Head shot small Gun >> SLOTXO

ลูกโม่ มีเซฟ มีจริงป่าว ?

เมื่อมีคนมาพูดว่า ปืนลูกโม่มีเซฟ เราอย่าเพิ่งไปหัวเราะเขานะคับ มันเคยมี ปืน รีวอลเวอร์ หรือปืนลูกโม่ ที่บางบริษัท เคยผลิตออกมา (ปัจจุบันไม่มีแล้ว) เช่น ปืน สมิธ แอนด์ เวสสัน โมเดล 40 เซนเทนเนียล ขนาด .38 ผลิตเมื่อปี ค.ศ. 1952 เนื่องในโอกาสครบรอบร้อยปี ของ บ.สมิธฯ เป็น รีวอลเวอร์ ที่ยิงดับเบิลได้อย่างเดียว จะมีเซฟหลังอ่อนติดตั้งไว้ที่สันด้ามด้านหลัง การทำงานเหมือนกับห้ามไกหลังอ่อนของ 1911 คือ หากไม่กำด้ามให้หลังอ่อนยุบตัวลงไปในโครงด้ามก็จะไม่สามารถเหนี่ยวไกยิงได้ ต่อมาระบบเซฟนี้ได้ยกเลิกไป

ปัจจุบันนี้ ก็คือ M 640 สเตนเลส ซึ่งไม่มีเซฟตัวนี้ให้เห็นอีกแล้ว ปืนรีวอลเวอร์ ยี่ห้อ เมาเซอร์ ของเยอรมัน เป็นปืนรีวอลเวอร์ ขนาด .38 ผลิตออกมาราวปี ค.ศ. 1984 ปฏิบัติการ และรูปร่างเลียนแบบ โคลท์ดีเทคทีฟ สเปเชียล ต่างกันที่ข้างลำกล้องปาดไว้แบน ๆ ไม่กลมเหมือน ปืนโคลท์ดีเทคทีฟ ปืนลูกโม่เมาเซอร์ติดตั้งห้ามไกไว้ที่ท้ายโครงปืน หลังนกสับ โยกไปข้างหน้าเซฟ ยิงไม่ได้ ดึงถอยหลังปลดเซฟยิงได้

ข้อดีของห้ามไกคือ ถ้าเข้าเซฟเก็บไว้จะช่วยป้องกันไม่ให้เด็ก ๆ แอบเอาไปยิงเล่นได้ หรือ ขณะปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่จะช่วยป้องกันคนร้ายแย่งชิงปืนมายิงเราได้ (อย่างน้อยก็สักระยะเวลาหนึ่ง) ถ้าคนที่ไม่รู้ก็จะยิงไม่ออก แล้วค่อยแย่งปืนคืน ปืนรีวอลเวอร์ ของ อิตาลี ขนาด .38 ยี่ห้อ แกมบ้า อาร์มี่ รีนาโต รูปร่างคล้าย เมาเซอร์ สงสัยจะก็อปกันมาหรือซื้อลิขสิทธิ์มาผลิต เป็นรุ่น อาร์มี่ รีนาโต้ ไทรเด้นท์ (Trident) มีเซฟเหมือนเมาเซอร์ แต่รูปร่างเซฟแตกต่างกันไปบ้าง ทั้ง เมาเซอร์ และ อาร์มี่ รีนาโต้ ไทรเด้นท์ เคยมีการสั่งเข้ามาจำหน่ายในบ้านเราพักหนึ่งช่วงสั้น ๆ หลายปีมากแล้ว หลังจากนั้น ก็ไม่เคยเห็น บริษัทใดผลิตปืนที่มีเซฟ หรือห้ามไกแบบนี้อีกเลย นับว่าเป็นแนวความคิดและนวัตกรรมของคนสมัยนั้น เอามาแชร์ให้คนรุ่นนี้ได้ศึกษากันเป็นความรู้กันนะคับ

 ปืนลูกโม่

ปล.รูปค่อนข้างหาได้ยาก

ทำไมตำรวจไทยถึงนิยมใช้ ปืนลูกโม่ .38 มากกว่า

เหตุผลที่ตำรวจใช้ปืนลูกโม่ เพราะ ปืนลูกโม่ .38 เป็นปืนที่ทางราชการมีให้เบิกเฉพาะผู้ที่ต้องการเบิกเป็นรายบุคคลไป

ไม่ได้มีแจกให้กับตำรวจทุกคนอาวุธปืนสั้นประจำกายของทางราชการตำรวจ  ส่วนมาก จะเป็น สมิธฯ ศูนย์ตาย ลำกล้อง 4 นิ้ว รมดำ และในแบบฝึก ของโรงเรียนตำรวจมักเน้นให้ฝึก ปืนลูกโม่ เป็นหลัก ยกเว้นที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจ จะมีการฝึก ทั้ง ปืน ออโต และลูกโม่

ปืนลูกโม่ .38

ตำรวจที่ไม่ได้มีความสนใจในเรื่อง อาวุธปืนเป็นพิเศษ จึง นิยมใช้กันเพราะถือว่าพอเพียงที่จะป้องกันตัวเองแล้ว รวมทั้ง ตำรวจบางสายงาน ที่ไม่ได้ใช้อาวุธปืนเป็นหลัก ก็จะพกเพียงเพื่อประกอบกับเครื่องแบบ ถ้าไม่ได้แต่งเครื่องแบบก็มักไม่พกปืน  แต่ปัจุบันตำรวจที่จบมาใหม่ๆ

มักนิยมใช้ปืน ออโต มากกว่า รวมทั้งตำรวจในสายงานปรามปราบหรืองานสืบสวนก็มักนิยมปืน ออโต เพราะมีโอกาสที่จะปะทะกับคนร้ายมากกว่า ส่วน ตำรวจชั้นสัญญาบัตรส่วนใหญ่ที่ไม่นิยกพกปืนกัน น่าจะเป็นเพราะท่านไม่ได้คิดจะไปจับใคร หรือไปปะทะกับคนร้ายที่ไหน

มักอยู่ในตำแหน่งบริหารและสั่งการ หากมีเหตุร้ายเกิดตรงหน้า ท่านก็หลบและเรียกผู้ใต้บังคับบัญชามาเสี่ยงแทน น่าจะเหมาะสมและถนัดในงาน ใช้แรงแบบนี้มากกว่าตัวเองซึ่งถนัดการสั่ง กับวางแผน ปืนลูกโม่ .38

อ่านต่อได้ที่ > > > gold123 > > > > SLOTXO

ระหว่างปืนลูกโม่ กับปืนเซมิออโต้ แบบไหนปลอดภัยไว้ใจได้มากที่สุด

ปืนลูกโม่แค่ใส่กระสุนเข้าโม่ ปิดโม่ แล้วยิงได้เลย แต่ปืนกึ่งอัตโนมัติเมื่อใส่ซองกระสุนแล้วต้องกระชากสไลด์ถอย หลังเพื่อป้อนกระสุนเข้ารังเพลิงและง้างนกสับก่อนจึงจะยิงได้ ซึ่งเสียเวลามากกว่าปืนลูกโม่เล็กน้อย ในกรณีที่ยิงจนหมดแล้วการบรรจุกระสุนใหม่ปืนกึ่งอัตโนมัติแค่ปลดซองกระสุน เก่าออกแล้วเสียบซองกระสุนใหม่เข้าไป จากนั้นปลดล็อคคันค้างสไลด์เพื่อป้อนกระสุนเข้ารังเพลิงแล้วยิงต่อได้เลย ซึ่งใช้เวลาไม่กี่วินาที แต่ลูกโม่เมื่อเทปลอกกระสุนออกจากโม่แล้วต้องใส่ลูกปืนลงไปใหม่ด้วยมือซึ่งเสียเวลาพอสมควรซึ่ง เงื่อนไขนี้จะเป็นจริงได้ก็ต่อเมื่อได้เตรียมซองกระสุนซึ่งบรรจุกระสุนไว้

ปืนลูกโม่ .38

ก่อนแล้วเท่านั้น เพราะถ้าต้องมานั่งบรรจุกระสุนใส่ในซองกระสุนแล้วค่อยเสียบเข้าตัวปืนก็คง เสียเวลามากกว่าปืนลูกโม่เป็นแน่ในทางกลับกันถ้าผู้ใช้ปืนลูกโม่ได้เตรียมกระสุนใส่ในสปีดโรดเดอร์ (Speed loader)หรือเจ็ตโรดเดอร์ (Jet loader) ไว้ก่อนแล้ว ระยะเวลาในการบรรจุกระสุนใหม่ก็ไม่แพ้ปืนกึ่งอัตโนมัติ นอกจากนั้นบางท่านที่ใช้ปืนลูกโม่แม้จะบรรจุกระสุนด้วยมือก็ไม่ได้ช้ากว่าปืนกึ่งอัตโนมัติแต่ต้องฝึกฝนกันพอสมควร(ผมถือว่าพวกนี้เป็นมนุษย์พันธุ์พิเศษครับ)

หากต้องการทำให้ปืนอยู่ในสภาพที่ปลอดภัยไม่ลั่นออกมาเองสำหรับปืนลูกโม่ก็ง่ายมากแค่เปิดโม่ปืนก็ปลอดภัยแล้วแต่สำหรับปืนกึ่งอัตโนมัติต้องทำหลายขั้นตอนกว่าปืนจะถือได้ว่าปลอดภัย (ต้องทำตามลำดับดังนี้ ปลดซองกระสุนกระชากสไลด์ 2-3 ครั้ง มองดูในช่องรังเพลิงว่าไม่มีกระสุนค้างอยู่ภายใน เหนี่ยวไกยิงทิ้งไปหนึ่งครั้ง)

นอกจากนั้นเวลาเก็บปืนที่บรรจุกระสุนไว้แล้วเพื่อความปลอดภัยและพร้อมใช้งานเมื่อยามจำเป็น

ปืนลูกโม่ .38

สำหรับปืนลูกโม่ถึงบรรจุกระสุนในโม่จนเต็มก็ถือว่าปลอดภัย ปืนตกพื้นอย่างไรก็ไม่ลั่นออกมาเองได้อย่างแน่นอนนั้นคือจุดเด่นอีกข้อของปืนลูกโม่ในแง่ความปลอดภัย และเมื่อต้องการใช้ปืนก็หยิบขึ้นมายิงได้ทันที ส่วนปืนกึ่งอัตโนมัติมีหลายวิธีในการเก็บปืนหากบรรจุกระสุนในซองกระสุนและใส่ในตัวปืนแล้ว

วิธีแรกไม่ต้องกระชากสไลด์เพื่อป้อนกระสุนนัดแรกเตรียมไว้ก่อนก็ถือว่าปลอดภัยทีเดียว
เพราะไม่มีกระสุนอยู่ในรังเพลิงไม่มีโอกาสที่กระสุนจะลั่นออกไปได้ แต่ยามจะใช้งานขึ้นมาก็ต้องเสียเวลากระชากสไลด์ก่อนหนึ่งครั้งเพื่อป้อนกระสุนเข้ารังเพลิงจึงจะยิงได้ซึ่งเสียเวลาอยู่พอสมควร ในยามวิกฤติทุกวินาทีหมายถึงชีวิต

แต่ถ้าป้อนกระสุนเข้ารังเพลิงไว้ก่อนก็ต้องหาวิธีทำให้ปืนปลอดภัยจากการตกหล่นแล้วลั่นหรือปืนลั่นออกไปได้ง่ายเกินไปจึงอาจต้องขึ้น Safety ของปืนไว้เพื่อทำให้เหนี่ยวไกไม่ได้และขัดกับสไลด์ไว้ เวลาจะยิงก็ต้องอย่าลืมปลด Safety ด้วยไม่อย่างนั้นก็ยิงไม่ออก (ในเวลาคับขันอาจลืมได้) หรืออีกวิธีหนึ่งคือปืนที่มีระบบการลดนกสับลงครึ่งหนึ่งหรือลดลงจนชิดโครงปืนก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ซึ่งปืนจะยิงไม่ได้จนกว่าจะง้างนกสับถอยหลังจนสุด (ในเวลาคับขันก็ยังอาจลืมได้เช่นกัน) ในปืนกึ่งอัตโนมัติบางยี่ห้อหรือบางรุ่นไม่มี Safety หรือระบบลดนกมาให้ดังนั้นความปลอดภัยในการใช้ปืนจึงขึ้นอยู่กับผู้ที่ถือปืนกระบอกนั้นเท่านั้น โดยรวมๆแล้วปืนลูกโม่ทำให้ปลอดภัยได้ง่ายกว่าปืนกึ่งอัตโนมัติ